Topline ThaiLoft Pavilion

“Topline ThaiLoft Pavilion” เป็นการตีความเรือนไทยในบริบทสมัยใหม่ โดยนำเสนอองค์ประกอบดั้งเดิม เช่น หลังคาทรงจั่วและเรือนยกพื้นมาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมลอฟท์ที่มีความเรียบง่าย ทันสมัย และการเลือกใช้สัจจะวัสดุ เรือนไทยดั้งเดิมมักใช้ไม้และช่องลม ในขณะที่ Pavilion นี้เลือกใช้เหล็กฉีก เพื่อสะท้อนการตีความ “ภูมิปัญญาไทย” ผ่านวัสดุในยุคปัจจุบัน

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
ชลธิชา ชัยชิต

ชลธิชา ชัยชิต

เข้าชม 37 ครั้ง
Busakorn Batpho

Busakorn Batpho

เข้าชม 13 ครั้ง
พัชราภา  จำปาราชทรัพย์
28
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
14 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
144 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
ลอฟท์
โมเดิร์น
วัสดุก่อสร้าง
ผนังเหล็กฉีก Expanded Metal
หลังคาโปร่งแสง
หลังคาอื่นๆ โปรดระบุ
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
5 ตร.ม.
นอกจากความงามของการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว สนามบินนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบการจัดการแสงสว่างที่สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมและเวลาของวันเพื่อประหยัดพลังงานและสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัยที่ทันสมัย และการบริการที่อัจฉริยะที่ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบาย การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและธรรมชาตินี้ทำให้สนามบินดูไบเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับการเดินทาง แต่ยังเป็นที่พักผ่อนและสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ผ่านเข้ามา ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในทุกๆ รายละเอียด สนามบินดูไบในอนาคตจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างสรรค์ที่ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้มีความพิเศษและน่าจดจำ
96.04 ตร.ม.
2025
“จาก-วัง-ปลา” แรงบันดาลใจมาจากวิถีชุมชนริมน้ำสาขลา ที่ยังคงพึ่งพิงสายน้ำเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยง โดยเฉพาะการทำประมงพื้นบ้าน ทั้งการเลี้ยงปลา กุ้ง หอย และปู Pavilion ถูกออกแบบให้ “ลอย” บนผืนน้ำราวกับแพริมน้ำ ที่เป็นภาพคุ้นตาของชาวบ้าน และ ต้นจาก ที่ขึ้นเรียงรายริมคลองซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพื้นที่โครงสร้างใช้ โครงสร้างเหล็กที่เอียง เพื่อสื่อถึงความพลิ้วไหว ไม่ตึงตรงเกินไป แต่แฝงความแข็งแรงของวัสดุสมัยใหม่ ขณะที่ เหล็กฉีก ถูกนำมาใช้เป็นพื้นผิวเพื่อให้เกิดความโปร่ง ระบายลม แสง และเงาได้อย่างอิสระ เสมือนตาข่ายดักปลา Pavilion จึงเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง “ความดิบ แข็งแรงของเหล็ก” และ “ความอ่อนนุ่ม เคลื่อนไหวของสายน้ำ” พร้อมทั้งสะท้อนวิถีชุมชนริมน้ำที่ดำเนินไปควบคู่กับศรัทธาต่อวัดและธรรมชาติรอบข้าง