Hoop Taem Space ฮูปแต้มสเปซ

Hoop Taem Space ฮูปแต้มสเปซ

ฮูปแต้ม เป็นคำพื้นเมืองในภาษาถิ่นวัฒนธรรมลาวชาวอีสานโบราณ โดยฮูป หมายถึง รูป และคำว่า แต้ม หมายถึง การขีดเขียนหรือการระบายสี เป็นการตีความ “ฮูปแต้ม” ศิลปะจิตรกรรมเล่าเรื่องของอีสาน ให้กลายเป็นสถาปัตยกรรม โดยใช้แรงบันดาลใจจาก “ผ้าที่ปลิวพลิ้วไหว” ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวและความต่อเนื่องของเรื่องเล่า ประสบการณ์ที่จะได้รับเมื่อเข้าชม เมื่อเข้ามาก็จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง “เดินลอดผืนผ้าแห่งเรื่องราว” ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความเชื่อผ่านแสง เงา และช่องเปิดที่เกิดขึ้นจากการจัดวางเหล็กฉีก และแสงที่ผ่านช่องว่างของเหล็กฉีกกับพื้นที่ว่าง ในบางโอกาสจะเพิ่การติดผลานนักวาดหรือพ้นลวดลายให้ตัวตะแกรงเหล็กส่วนที่ลอย และในส่วนของตรงโค้งออกแบบให้มีการใช้งานนั่งพัก/นั่งเล่นในสวนสาธารณะกลางเมือง การใช้งานจะคล้าย เปลญวน ออกแบบให้โปร่งเพื่อให้เหล็กตะแกรงมีความเล่นแสงที่มีเงามาจากต้นไม้และผ้า

Team: แก่นคูน

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
จุฑาภัทร แสนกลาง

จุฑาภัทร แสนกลาง

เข้าชม 47 ครั้ง
ลภัสรดา ไตรฟื้น
19
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
7 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
98 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
Postmodern
พื้นถิ่น
แฮชแท็ก
pavilion
expandaedmetaldesign
expandedmetaldesige
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
Chiang Mai Spectrum
150 ตร.ม.
2025
ออกแบบที่นั่งแบบสลับระดับความสูงต่ำ เสมือนเส้นทางที่แยกและบรรจบกันของรางรถไฟ สร้างบรรยากาศที่ไม่ตายตัว เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเลือกท่านั่งและการใช้งานได้หลากหลาย และยังสะท้อนถึงความยืดหยุ่นที่สอดคล้องกับตัวตะแกรงเหล็กฉีกที่นำมาตกแต่งและยังเป็นเสากลางที่มีรูปทรงแตกแขนงคล้ายต้นไม้เปรียบเสมือนการ “หยั่งราก” ของความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง และในขณะเดียวกันก็ยังโปร่งเบา ให้อากาศและแสงลอดผ่านได้ เกิดความสมดุลระหว่าง ความแข็งแรงและ ความโปร่ง
144 ตร.ม.
2025
CONCEPTUAL DESIGN Nature Classroom Pavilion ห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงศาลาพัก แต่คือ สถาปัตยกรรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผู้ใช้จะได้เรียนรู้ผ่านการ เห็น ฟัง สัมผัส และใช้ชีวิต ท่ามกลางระบบนิเวศของสวนเบญจกิติ ในที่นี้ ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นครู แสงแดดคือบทเรียนของเวลา สายลมคือบทเรียนของการเปลี่ยนแปลง เสียงนกและแมลงคือบทเรียนของความหลากหลาย ฤดูกาลคือบทเรียนของวัฏจักรชีวิต Pavilion จึงถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่กึ่งสาธารณะ–กึ่งส่วนตัว ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสและตีความบทเรียนจากธรรมชาติในแบบของตนเอง MATERIAL CONCEPT ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) ทำหน้าที่มากกว่าวัสดุโครงสร้าง แต่คือ เครื่องมือแห่งการเรียนรู้ เป็น ตัวกรองธรรมชาติ (Filter of Nature) แสง ลม และเสียงลอดผ่าน เกิดเป็นการรับรู้ใหม่ เป็น สื่อกลางของที่อยู่อาศัย (Habitat Medium) สำหรับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้ามาอาศัย เป็น องค์ประกอบสถาปัตยกรรม ที่หลอมรวมผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ดังนั้น Pavilion นี้จึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรม แต่คือ “ห้องเรียน” ที่ธรรมชาติเป็นผู้สอน และมนุษย์คือผู้เรียนรู้ตลอดเวลา