Metro Follies

เมืองเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายด้านประชากร วัฒนธรรม การใช้พื้นที่ และการพัฒนาเมือง ส่งผลให้แต่ละย่านสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งด้านบวกและความท้าทายต่อการเข้าถึงและความปลอดภัย ที่สามารถรับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าของมนุษย์ พื้นที่นำร่องของการศึกษา คือ “เยาวราช” ย่านที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างอดีตและปัจจุบัน และมีมิติของประสบการณ์ที่หลากหลาย โครงการนี้ทดลองออกแบบเส้นทางเดินเท้าที่เชื่อมโยงองค์ประกอบของเมืองเหล่านี้เข้าด้วยกัน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสำรวจเมืองผ่านการใช้ประสาทสัมผัส ทำให้เมืองมีความสว่างและพรุนมากยิ่งขึ้น
โดยใช้การออกแบบสถาปัตยกรรมให้กระจายตัวตามจุดต่าง ๆ ซึ่งเป็นระบบที่มีศูนย์กลางหลัก (Hub System) การออกแบบในแต่ละจุด มีทั้งการปรับปรุงอาคารเดิมและการสร้างอาคารใหม่ที่มีลักษณะถาวรและเคลื่อนย้ายได้ เพื่อทำหน้าที่เข้าไป Plug-in สร้างแสงสว่างและชีวิตชีวาให้พื้นที่ และสามารถเคลื่อนย้ายไปสร้างแสงสว่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้ ซึ่งแต่ละจุดที่ทำการออกแบบเรียกว่า Folly ที่มีความหมายว่า จุดนำทางสำหรับผู้คน อาคารแต่ละจุดจะถ่ายทอดอัตลักษณ์ของพื้นที่ผ่านเสียง กลิ่น แสง เงา พื้นผิว และบรรยากาศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเมืองในมิติต่าง ๆ ซึ่งทำให้เมืองเกิดความพรุนมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ซ่อนเร้นหรือพื้นที่ถูกมองข้าม

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
Kittiphat Bangsiri

Kittiphat Bangsiri

เข้าชม 93 ครั้ง
ปุระชัย คมคาย

ปุระชัย คมคาย

เข้าชม 15 ครั้ง
อิสรานุวัฒน์ สาสาย
79
เข้าชม
1
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
47 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
1,000 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
Adaptive Reuse, Temporary Architecture, Plug-in and Movable Architecture
แฮชแท็ก
Thesisdesignaward2025
Thesisdesigndaward2025
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
144 ตร.ม.
2025
CONCEPTUAL DESIGN Nature Classroom Pavilion ห้องเรียนธรรมชาติแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงศาลาพัก แต่คือ สถาปัตยกรรมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผู้ใช้จะได้เรียนรู้ผ่านการ เห็น ฟัง สัมผัส และใช้ชีวิต ท่ามกลางระบบนิเวศของสวนเบญจกิติ ในที่นี้ ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นครู แสงแดดคือบทเรียนของเวลา สายลมคือบทเรียนของการเปลี่ยนแปลง เสียงนกและแมลงคือบทเรียนของความหลากหลาย ฤดูกาลคือบทเรียนของวัฏจักรชีวิต Pavilion จึงถูกออกแบบให้เป็น พื้นที่กึ่งสาธารณะ–กึ่งส่วนตัว ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าไปสัมผัสและตีความบทเรียนจากธรรมชาติในแบบของตนเอง MATERIAL CONCEPT ตะแกรงเหล็กฉีก (Expanded Metal) ทำหน้าที่มากกว่าวัสดุโครงสร้าง แต่คือ เครื่องมือแห่งการเรียนรู้ เป็น ตัวกรองธรรมชาติ (Filter of Nature) แสง ลม และเสียงลอดผ่าน เกิดเป็นการรับรู้ใหม่ เป็น สื่อกลางของที่อยู่อาศัย (Habitat Medium) สำหรับสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เข้ามาอาศัย เป็น องค์ประกอบสถาปัตยกรรม ที่หลอมรวมผู้คนและธรรมชาติเข้าด้วยกัน ดังนั้น Pavilion นี้จึงไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรม แต่คือ “ห้องเรียน” ที่ธรรมชาติเป็นผู้สอน และมนุษย์คือผู้เรียนรู้ตลอดเวลา
150 ตร.ม.
2025
พาวิเลียนริมน้ำแห่งนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของท่าเรือท่าเตียนที่แม้จะมอบทัศนียภาพงดงามของพระปรางค์วัดอรุณฯ แต่กลับไร้ร่มเงาและบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อน ด้วยการนำ เหล็กฉีก (Expanded Metal) มาใช้สร้างโครงสร้างโปร่งเบา จึงก่อเกิดพื้นที่ร่มที่ไม่ทึบตัน ให้ผู้คนได้พักสายตาและร่างกายจากแสงแดดร้อนแรง โดยยังคงเปิดมุมมองสู่สายน้ำและทิวทัศน์เบื้องหน้าได้อย่างเต็มตาพาวิเลียนทำหน้าที่เสมือน “ม่านบางเบา” ที่แผ่ร่มเงาลงบนพื้นที่ชมวิว วัสดุเหล็กฉีกสะท้อนความเป็นสมัยใหม่ ทว่ากลมกลืนกับบรรยากาศเมืองเก่า การจัดรูปทรงที่พลิ้วไหวและแผ่กว้างยังช่วยสร้างมิติใหม่ให้กับท่าเรือ แปรเปลี่ยนจากเพียงพื้นที่สัญจรไปสู่ “เวทีริมน้ำ” ที่ผู้คนสามารถหยุดพัก มองพระอาทิตย์ลับฟ้าเหนือเจ้าพระยา และใช้เวลาได้ยาวนานกว่าที่เคยพาวิเลียนนี้จึงไม่เพียงแก้ปัญหาเรื่องความร้อนและการขาดร่มเงา แต่ยังเติมเต็มบทบาทใหม่ให้ท่าเรือท่าเตียนในฐานะ พื้นที่สาธารณะเชิงวัฒนธรรมที่ทั้งงดงาม สะดวก และเชื้อเชิญให้ผู้คนใช้ชีวิตร่วมกับทิวทัศน์ประวัติศาสตร์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างละเมียดละไม สมาชิกกลุ่ม นางสาวศิวพร วงค์ษายะ นางสาวสุชาดา เรืองศรี อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ปัตย์ ศรีอรุณ