THE BREATHING LAKE

“บึงโขงหลง” เปรียบเสมือน“ปอด” ของชุมชนและธรรมชาติ ยังคงหายใจอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ THE BREATHING LAKE นี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของลมหายใจแห่งธรรมชาติ ที่ยังคงเต้นจังหวะเงียบ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลให้กับผืนแผ่นดิน และทุกชีวิตที่อาศัยพึ่งพามัน จึงออกเเบให้รูปทรงให้มีinspiretion มาจากเเหที่ไว้จับปลา ซึ่งจะสื่อว่าเเม้เเหจะพรากไปเพียงเเค่กายหยาบเเต่ไม่อาจจะพรากจิตวิญญาณเเห่งท้องทะเลสาบนี้ไปได้
เเละยังออกเเบบลวดลายตะเเกรง ให้เป็นเหมือนเกร็ดปลาบางช่องให้ดูเป็นpatternเพื่อจะสื่อได้ว่า อาจไม่สมบูรณ์เเบบเเต่ดูมีชีวิตชาเเละจังหวะ

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
เจนจิรา สีแก้วตู้

เจนจิรา สีแก้วตู้

เข้าชม 120 ครั้ง
ธนากร เกรงขาม
117
เข้าชม
5
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
58 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
140 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
โมเดิร์น ทรอปิคัล
วัสดุก่อสร้าง
หลังคาอื่นๆ โปรดระบุ
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
150 ตร.ม.
2025
Leaf Vein Structure Pavilion การเชื่อมโยง (Connection) เส้นใบไม้ทุกเส้นเชื่อมต่อกันเหมือนเครือข่าย ไม่ได้แยกตัวโดดเดี่ยว เปรียบได้กับมนุษย์ที่ต้องเชื่อมโยงกันในสังคม ผ่านการสื่อสาร การทำงาน หรือการอยู่ร่วมกัน สื่อว่า pavilion เป็นพื้นที่ที่ผู้คนมาพบกันและเชื่อมต่อกัน ความสัมพันธ์ (Relationship) เส้นใบใหญ่หล่อเลี้ยงเส้นใบเล็ก เหมือนความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน แสดงถึงการพึ่งพาอาศัย ไม่ว่าจะเป็นคนกับธรรมชาติ หรือคนกับคน Pavilion จึงเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและสมดุล การหล่อเลี้ยงชีวิต (Nourishment of Life) เส้นใบทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและสารอาหารไปทั่วใบ → ใบไม้จึงเติบโตและสังเคราะห์แสงได้ เปรียบกับการหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ ทั้งด้านกาย (อาหาร น้ำ) และด้านใจ (ความรัก ความอบอุ่น) Pavilion จึงกลายเป็นพื้นที่ที่มอบพลังงาน ความร่มเย็น และแรงบันดาลใจให้ผู้คน
Soi (Alley) is the Public Area in Front of the House
2607 ตร.ม.
2025
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การขยายถนนสายหลักจึงมุ่งตอบสนองต่อการสัญจรของกลุ่มชนชั้นนำเป็นหลัก ขณะที่ซอยย่อยส่วนใหญ่ยังคงมีขนาดเดิมและขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความลำบากแก่ผู้ใช้ทางร่วมกัน หากยังสะท้อนถึงการจัดการเมืองที่ยังขาดประสิทธิภาพ จนนำไปสู่การเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่กึ่งส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ การศึกษานี้นำเสนอมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อ “ซอย” โดยมองว่าเป็นทรัพยากรสาธารณะที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ในฐานะนักออกแบบ เราจะนิยามบทบาทของซอย และตอบสนองต่อศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างไร เริ่มต้นจากการลงพื้นที่และวิเคราะห์องค์ประกอบของซอย เช่น ความกว้าง รูปแบบการใช้งาน และพื้นที่หน้าบ้าน เผยให้เห็นว่าซอยมีลักษณะทางกายภาพและบริบทชุมชนที่หลากหลาย การออกแบบจึงควรตอบโจทย์แต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม ผลการศึกษาชี้ว่าซอยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อการสัญจร แต่ยังเป็น “พื้นที่เชิงสังคม” ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของชุมชน เป็นพื้นที่ที่ผู้คนพบเจอกันทุกวันโดยไม่ได้นัดหมาย จากข้อค้นพบดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอนิยาม “ซอย”ใหม่ว่า “ซอย คือ พื้นที่สาธารณะหน้าบ้าน“ ที่ควรได้รับการจัดการและพัฒนาอย่างเป็นระบบเชิงออกแบบและนโยบายสาธารณะต่อไป