The Expanded Weave Pavilion

The Expanded Weave Pavilion

Pavilionนี้ ตีความแรงบันดาลใจจาก“ผ้าทอ”สู่การสร้างสรรค์ด้วย“เหล็กฉีก” โดยใช้แนวคิดการถักทอเพื่อสร้างพื้นที่ ที่กรองแสงและลม ก่อเกิดมิติแสงเงาที่เปลี่ยนไปตามเวลา สื่อถึงความเชื่อมโยงระหว่างความนุ่มนวลของผ้าและความแข็งแรงของโลหะ

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
ณธน เบญจกุล

ณธน เบญจกุล

เข้าชม 8 ครั้ง
ณัชชา ต่างมงคล

ณัชชา ต่างมงคล

เข้าชม 5 ครั้ง
อัมรินทร์ จินดา
35
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
11 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
140 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
ไทยประยุกต์
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
145.6 ตร.ม.
2025
ทีม หนึ่งร้อยหก สมาชิก นายเหว่ยเจีย ลิ้ม อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ปัตย์ ศรีอรุณ PAVILION ข่วงสันกำแพง มีจุดประสงค์เพื่อสร้างพื้นโดยยังคงเอกลักษณ์ของพื้นที่ และความสามารถของเหล็กฉีก เพื่อให้คนในพื้นที่ได้เข้ามาใช้งานได้ ณ กลางเมืองสันกำแพง โดยออกแบบผ่านลักษณะกิจกรรม และพฤติกรรมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ลูกค้าร้านค้า OTOP หรือแม้กระทั่งผู้ที่จะมาพักผ่อน ทำงาน ก็สามารถใช้งานได้ โดยคงอยู่เอกลักษณ์เฉพาะพื้นถิ่น ตามคำขวัญประจำอำเภอสันกำแพง และนำการถักทอของผ้าซิ่นเป็นแนวคิดหลักในการเชื่อมต่อเหล็กฉีกเข้าด้วยกัน โดยใช้เหล็กฉีกเป็นองค์ประกอบหลักในการออกแบบพื้นที่ต่าง ๆ เกิดเป็น PAVILION ชิ้นนี้ขึ้นมา KHUANG SANKAMPHAENG PAVILION to expand the community, enhance its charms, and utilize expanded metal The main purpose of this project is to provide a public space for local based on their behavior, such as students, OTOP customers, or even people with needs of relax and to work within this pavilion. The concept of this project is based on San Kamphaeng's motto with Lanna's Sin, while weaven with innovative material like expanded steel as main material. Which brings up an combination of culture and modern together while orders with the sorrounding.
144 ตร.ม.
2025
Jangwa saan ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด “Expanding” ที่สะท้อนการขยายและการเปิดออกของพื้นที่ ผ่านการถักทอตะแกรงเหล็กฉีกเข้ากับอัตลักษณ์เชียงใหม่ กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดออกทางวัฒนธรรมและความต่อเนื่องของกาลเวลา พื้นที่นี้จึงเป็นบทสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวให้เป็นพื้นที่ที่นำเสนอวัฒนธรรม ความเป็นเชียงใหม่และความร่วมสมัย เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน