Interlace Pavillion

Pavilion “INTERLACE” คือสถาปัตยกรรมสาธารณะชั่วคราวที่ใช้
ตะแกรงเหล็กฉีก เป็นองค์ประกอบหลัก สร้างพื้นที่ที่สามารถขยาย/หด
ได้ตามกิจกรรม เกิดแสงและเงาที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ช่วยเชื่อมผู้คนกับชุมชนและวัฒนธรรมร่วมสมัย

Product Recommend

Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
Design Connext
ผลงานที่น่าสนใจ
ภูมินทร์ ณ ถลาง
18
เข้าชม
0
ถูกใจ

ข้อมูลทั่วไป
เข้าชม
4 ครั้ง
ปี
2025
ขนาดพื้นที่
120 ตร.ม.
ประเภทโครงการ
อื่น ๆ
สไตล์การออกแบบ
โมเดิร์น
มินิมอล
industrial design
แฮชแท็ก
eapandedmetaldesign
ผลงานที่เกี่ยวข้อง
144 ตร.ม.
2025
รูปทรงของPavilionที่เล่าเรื่องราวถึงความงามของเหล็กฉีก ทั้งในทางนามธรรมซึ่งแสดงออกโดยรูปฟอร์มภายนอก และทางรูปธรรมซึ่งแสดงออกโดยดีเทลการใช้ตัววัสดุเองโดยตรง โดยถ่ายทอดเรื่องราวที่ว่า “เหล็กเป็นวัสดุมีความแข็งแรง และดูทึบตัน การนำเหล็กฉีกที่เกิดจากการการนำเหล็กแผ่นมารีด และฉีก ดึง ทำให้แยกและอ่อนโค้ง ตาม ขนาด จังหวะ จนเกิดความ พริ้วไหว เพื่อลดความแข็งกระด้าง และเกิดเส้นสายอารมณ์งาน แต่ยังคงประโยชน์ และความสวยงาม ที่เหมาะสม” Pavilionที่เกิดจากกันนำรูปร่าง และรูปทรง การเจาะ ดึง และบิดตัวของเหล็กฉีก เส้นตรง และเส้นโค้ง อันเกิดจากจังหวะและลักษณะเฉพาะ มาจัดวางในทิศทางในแต่ละแกนให้เกิด ”มิติที่สัมพันธ์” สถาปัตยกรรมขนาดเล็ก เพื่อพื้นที่สาธารณะนี้ ถูกคิดจัดวาง ให้อยู่ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ สวนรถไฟ สะพานดำนครลำปาง ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย รวมถึงกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ให้เกิดพื้นที่เชื่อมต่อของผู้คน เข้ากับบริบททางสังคม หรือสิ่งแวดล้อม สร้างปฏิสัมพันธ์ใหม่ๆ
Soi (Alley) is the Public Area in Front of the House
2607 ตร.ม.
2025
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การขยายถนนสายหลักจึงมุ่งตอบสนองต่อการสัญจรของกลุ่มชนชั้นนำเป็นหลัก ขณะที่ซอยย่อยส่วนใหญ่ยังคงมีขนาดเดิมและขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ปัญหานี้ไม่เพียงสร้างความลำบากแก่ผู้ใช้ทางร่วมกัน หากยังสะท้อนถึงการจัดการเมืองที่ยังขาดประสิทธิภาพ จนนำไปสู่การเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่กึ่งส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ การศึกษานี้นำเสนอมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อ “ซอย” โดยมองว่าเป็นทรัพยากรสาธารณะที่ควรได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ในฐานะนักออกแบบ เราจะนิยามบทบาทของซอย และตอบสนองต่อศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างไร เริ่มต้นจากการลงพื้นที่และวิเคราะห์องค์ประกอบของซอย เช่น ความกว้าง รูปแบบการใช้งาน และพื้นที่หน้าบ้าน เผยให้เห็นว่าซอยมีลักษณะทางกายภาพและบริบทชุมชนที่หลากหลาย การออกแบบจึงควรตอบโจทย์แต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม ผลการศึกษาชี้ว่าซอยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อการสัญจร แต่ยังเป็น “พื้นที่เชิงสังคม” ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของชุมชน เป็นพื้นที่ที่ผู้คนพบเจอกันทุกวันโดยไม่ได้นัดหมาย จากข้อค้นพบดังกล่าว ผู้เขียนจึงขอนิยาม “ซอย”ใหม่ว่า “ซอย คือ พื้นที่สาธารณะหน้าบ้าน“ ที่ควรได้รับการจัดการและพัฒนาอย่างเป็นระบบเชิงออกแบบและนโยบายสาธารณะต่อไป